การนำผ้าทอพื้นเมืองโบราณลาวซี ลาวครั่งไปใช้

 
 

ผ้าทอสำหรับสตรี

ภาพ 360 องศา

การใช้ผ้าในชีวิตประจำวัน

4. ผ้าทอสำหรับสตรี ตามปกติสตรีชาวลาวครั่งจะแต่งกายด้วยเสื้อทอจากผ้าฝ้ายย้อมครามหรือย้อมดำ คอกลมติดคอ หรือคอตั้งผ้าหน้าติดกระดุมเสื้อชาย เสื้อปล่อยแขนกระบอกหรือแขนยาว นุ่งผ้าซิ่นฝ้ายมัดหมี่หลากสีสันหากอยู่บ้าน อาจสวมเสื้อผ้าตะเข็บคอกระเช้า หรือใช้ผ้าแถบพันตัว นุ่งซิ่นผ้าทอหรือโจงกระเบน ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมแล้ว แต่การนุ่งผ้านั้นก็ขึ้นอยู่กับโอกาสการใช้สอย สถานภาพ สถานที่ วัย ซิ่นที่ใช้ในโอกาสต่างๆ สำหรับสตรี มีดังนี้

- ซิ่นดำด้าน เป็นผ้าซิ่นฝ้ายย้อมสีดำมะเกลือ หรือคราม ทั้งนี้อาจมีการทอลวดลายสีลงไป เช่น สีเหลือง แดง เขียว ตามความชอบ

- ซิ่นสิบซิ่ว (ซิ่วคือสีเขียว) เป็นซิ่นฝ้ายหรือไหมพื้นสีดำ ตัวซิ่นทอขิดด้วยด้ายหรือไหมสีเขียวเป็นลวดลายต่างๆสลับกับทอผ้าพื้นสีดำตามขวางลำตัวสิบแถวเป็นซิ่นสองตะเข็บ ทอตีนซิ่นก่อนด้วยการทอขิดสลับจกจนเสร็จจึงทอตัวซิ่นเช่นเดียวกับซิ่นดอก เป็นซิ่นสำหรับหญิงสาวใช้นุ่งไปงานในโอกาสพิเศษต่างๆ

- ซิ่นมัดหมี่ตีนจก ประกอบด้วย 3 ส่วน คือส่วนที่มีกรรมวิธีการทอที่แตกต่างกัน ดังนี้
• ส่วนหัวซิ่น ใช้ผ้าฝ้ายทอพื้นหรืออาจทอสลับขิด (ขิดหัวซิ่น) มีหลายสีมีความกว้างประมาณ 4-8 นิ้ว
• ส่วนตัวซิ่น ใช้ผ้าไหมนำไปมัดย้อมเป็นลวดลายตามชอบ ซึ่งเป็นลวดลายมัดหมี่มีชื่อเรียก ดังนี้
1) หมี่ลวด เป็นผ้ามัดหมี่ที่ทอต่อเนื่องโดยไม่มีเทคนิคการทออื่นเข้ามาคั่น เช่น ทอคั่นด้วยขิด หรือคั่นด้วยจก หรือคั่นด้วยสีพื้น เป็นต้น

2) หมี่น้อย คือซิ่นมัดหมี่ไหมหรือฝ้ายที่มีการทอคั่นด้วยสีพื้น เช่น ส้ม เขียว เหลือง แดง เป็นเส้นคั่นขนานกับลำตัวตามยาวของผ้าซิ่น ลายหมี่นี้นิยมทำลายที่มีขนาดเล็ก เช่น ลายหมี่นาคน้อย เป็นต้น
3) หมี่ตา เป็นซิ่นมัดหมี่ที่มีการทอขิดด้วยไหมหรือฝ้ายสีขาว หรือสีเหลืองสลับกับมัดมี่ลายไหม เป็นลายริ้วขนานกับตัวเป็นระยะตลอดผืน

• ส่วนตีนซิ่น ส่วนมากทอด้วยผ้าพื้นลายขัดด้วยเส้นด้ายฝ้ายสีแดง หรือดำกว้างประมาณ 2 นิ้ว เริ่มด้วย ทอขิดเป็นลายย่อย ต่อด้วยกางจกลายหลักด้วยลวดลายต่างๆตามชอบ ด้วยฝ้ายหรือไหมสีต่างๆ จนหมดแถวสลับกับทอเส้นพุ่งจนจบลายหลักด้วยทอขิดเป็นลายย่อยเช่นเดียวกับด้านบนจนเสร็จ จะทอต่อด้วยการทอพื้นฐานกว้างประมาณ 5-8 นิ้วด้วยเส้นด้ายฝ้ายสีแดงหรือดำ ส่วนริมผ้าด้านล่างสุด (ริมผ้า) มักจะทอด้วยด้ายสีต่างๆ หรือมีริ้วเป็นลายเล็กๆ ผ้าจกในตีนซิ่นเป็นส่วนที่สวยงามมากเป็นส่วนแสดงฝีมือการทอที่ยากละเอียดอ่อนสวยงามเมื่อนำทั้ง 3 ส่วนมาเย็บต่อกันเป็นผ้าซิ่นจึงเรียกกันโดยทั่วไปว่าผ้าตีนจก ผ้าซิ่นมัดหมี่ไหมตีนจก นิยมใช้นุ่งในโอกาสพิเศษหรือวันสำคัญต่างๆ เช่นงานแต่งงาน งานบุญประเพณี ไม่ใช้นุ่งในวันปกติโดยทั่วไป เพราะจะทำให้เก่าเร็ว ประกอบกับตัวจกนั้นต้องอาศัยระยะเวลาในการทอ จึงต้องมีความระมัดระวังในการใส่เป็นพิเศษ

- ซิ่นทรงเครื่อง เป็นซิ่นที่ได้มีการประยุกต์ขึ้นเพื่อความสวยงามของผ้า โดยลักษณะจะเป็นการทอจกทั้งผืน ซึ่งลวดลายที่ใช้ในการทอนั้นขึ้นอยู่กับจินตนาการของผู้ทอ บนซิ่นทรงเครื่องหนึ่งผืนจะประกอบไปด้วยผ้าฝ้ายที่ทอจกหลายผืน ดังนั้น ซึ่นทรงเครื่องหนึ่งผืน จึงมีลวดลายที่หลากหลาย และใช้ระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนาน ราคาย่อมสูงตามความละเอียดในการทอ และซิ่นทรงเครื่องนี้ก็เป็นที่นิยมของผู้นิยมผ้าซิ่นในปัจจุบัน