วัฒนธรรมของชาวลาวครั่ง

 
 

ประเพณีการแต่งงาน

ประเพณีการแต่งงาน

ในพิธีการแต่งงานของชาวลาวครั่งจะต้องทำพิธีบูชาผีเทวดา โดยใช้ผ้าขาวม้า 1 ผืน เงิน 4 บาท ข้าวต้มมัดไม่ใส่ไส้ เทียน ข้าวสุกโรยน้ำตาล ดอกไม้และเหล้า 1 ขวด ด้วยระบบความเชื่อเรื่องผีเจ้านายและผีเทวดาของชาวลาวครั่ง จึงมีข้อห้ามและบทลงโทษสำหรับคู่ที่ได้เสียกันก่อนแต่งงาน โดยจะต้องทำเสียผีที่บ้านของฝ่ายหญิง ซึ่งจะมีการเซ่นไหว้ผีเจ้านายด้วยเหล้า 8 ไห ไก่ 8 ตัว นำไปฆ่าที่ศาลเจ้านายให้เลือดไหลหยดลงบนแท่นบูชาเจ้านาย เมื่อหญิงชายใดที่ตกลงจะอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภรรยาจะต้องได้รับการอนุญาตจากญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย หลังจากนั้นจะหาฤกษ์งามยามดีซึ่งชาวลาวครั่งเรียกว่า “หักไม้ใส่ย่าม”

      ประเพณีการแต่งงานของชาวลาวครั่ง แต่เดิมจะมีการสู่ขวัญคู่บ่าวสาว โดยจะมีหมอมาทำพิธี มักทำกันตอนเย็นในวันสุกดิบ ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะทำพิธีสู่ขวัญน้อยของตน บางรายอาจจะมาสู่ขวัญน้อยรวมกันที่บ้านของเจ้าสาว ในวันรุ่งขึ้นจะมีพิธีสู่ขวัญใหม่ที่บ้านเจ้าสาว หมอขวัญจะเป็นผู้ที่คอยสั่งสอนอบรมคู่บ่าวสาว ให้รู้จักการครองเรือนตลอดจนการประพฤติตนในฐานะของเขยและสะใภ้ เมื่อถึงวันงานฝ่ายเจ้าบ่าวจะจัดพานขวัญแห่ไปทำพิธีที่บ้านเจ้าสาวซึ่งประกอบด้วย บายศรี พร้อมทั้งของหวานและเหล้า 1 ขวด ฝ่ายเจ้าสาวก็จะเตรียมพานขวัญนี้ไว้เช่นกันเมื่อได้ฤกษ์แล้วก็ยกขบวนพานขวัญ

โดยจะใช้ไม้กำพันซึ่งเป็นไม้สำหรับกรอด้าย ใช้หาบพานขวัญแทนไม้คาน เพราะเป็นเคล็ดว่าคู่บ่าวสาวจะรักใคร่กลมเกลียวกันเสมือนด้ายที่อยู่ในกรอด้ายดังกล่าว ผู้ที่ทำหน้าที่หาบพานขวัญต้องเป็นคนโสดเหมือนกับเป็นเพื่อนเจ้าสาว เมื่อถึงเรือน เจ้าสาวจะเป็นคนล้างเท้าให้เจ้าบ่าว ซึ่งจะมีที่พักเท้าเจ้าบ่าวเป็นหินลับมีด แล้วนำใบตองมาปูทับไว้อีกทีเมื่อผ่านประตูทองแล้ว จะพาคู่บ่าวสาวไปพักไว้ที่ห้องหอ จะมีผู้ที่คอยต้อนรับเจ้าบ่าวและพาไปยังห้องหอ ซึ่งคนๆนี้จะต้องเป็นผู้ที่ยังไม่มีครอบครัวและต้องไม่เป็นหม้าย ทั้งนี้ได้ห้ามคนที่เป็นหม้ายเข้ามาถูกเนื้อต้องตัวคู่บ่าวสาวโดยเด็ดขาด เพราะเกรงว่าจะเป็นลางให้คู่สมรสเป็นหม้ายได้ ชาวลาวครั่งถือเรื่องฤกษ์ยามการส่งตัวเข้าหออย่างเคร่งครัด เมื่อเสร็จสิ้นงานแล้ว สะใภ้จะเป็นผู้นำเอาเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม หรือว่าที่นอนหมอนมุ้งไปกราบพ่อแม่ของสามี ซึ่งในปัจจุบันการแต่งงานของชาวลาวครั่งบางบ้านก็มีการหลั่งน้ำสังข์ แต่ประเพณีการแต่งงานแบบเดิมๆก็เริ่มเหมือนคนไทยในภาคกลางมากขึ้นทุกวัน แต่ยังมีประเพณีบางอย่างยังคงเดิมอยู่บ้าง